1. วางแผนงาน และตั้งหน้าร้านเหล็ก หรือไม้ไผ่ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยในการทำงาน และอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับช่างติดตั้ง ตัวบ้าน และบริเวณรอบๆบ้าน สวนประดับ และบ่อเลี้ยงปลา เป็นต้น
2. วางแผนและกำหนดจุดน้ำลง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปทรงของหลังคาบ้าน, ตัวบ้าน, บริเวณพื้นด้านล่าง, สวนประดับ, บ่อเลี้ยงปลา, บ่อพักน้ำเสีย รวมทั้งคำนึงถึงความสวยงามอีกด้วย
3. ขึ้นเอ็นจับระดับแปชายน้ำ เพื่อกำหนดการลาดเอียงของรางน้ำฝน และบริหารน้ำฝนให้ระบายลงสู่ด้านล่าง ได้อย่างเหมาะสมกับจุดลงที่กำหนดไว้
4. กำหนดและแบ่งจุดติดตั้งชุดเท้าแขน รับรางน้ำฝน ตามแนวระดับที่กำหนดไว้แล้วให้เหมาะสมสวยงาม ทั้งนี้ระยะห่างและแต่ละจุดที่ติดเท้าแขน จะต้องห่างเท่าๆกัน ในระยะไม่เกิน 1 เมตร ซึ่งจะยึดด้วยสกรูเกลียวปล่อย จุดละ 4 ตัว และจะมีสกรูปรับระดัยอีก 2 ตัว และชุดเท้าแขนรับรางน้ำฝน ซึ่งจะมีทั้งแบบ แปชายน้ำตรง และ แปชายน้ำเอียง
5. เมื่อติดตั้งชุดเท้าแขนได้ตามต้องการแล้ว จึงนำตัวรางน้ำฝน, รางน้ำเข้ามุมใน, รางน้ำเข้ามุมนอก, รางน้ำตัวรูระบบน้ำ วางบนชุดเท้าแขน โดยให้รอยต่อชนสนิทกันตรงจุดกึ่งกลางของชุดรับเท้าแขน ทำการเชื่อมต่อรอยด้วยไฟเบอร์กลาส และยึดปิดฝาครอบชุดเท้าแขนให้เรียบร้อย
6. ตรวจดูความเรียบร้อย เช็ดทำความสะอาดตัวราง และอุปกรณ์ ให้เรียบร้อย
7. ติดตั้งท่อส่งน้ำฝนลงสู่ด้านล่าง ตามที่กำหนดไว้แล้วเบื้องต้น โดยวางแนวท่อให้สวยงามแลเหมาะสมกับลักษณะตัวบ้าน แล้วยึดเข็มขัดรัดท่อตัวล่างด้วยพุกพลาสติก และตะปูเกลียวปล่อย ระยะห่างของเข็ดขัดรัดท่อแต่ละจุดขึ้นอยู่กับความเหมาะสม กับตัวบ้าน แต่ไม่ควรให้ห่างเกินจุดละ 2 เมตร
8. เชื่อมต่อข้องอและท่อส่งน้ำ ไปตามแนวเข็มขัดรัดท่อตัวล่าง ที่ติดตั้งไว้แล้ว และกดล็อคให้แน่น ด้วยเข็มขัดรัดท่อตัวบน
9. ตรวจดูทำความสะอาดท่อส่งน้ำให้เรียบร้อย
10. รื้อนั่งร้าน จัดเก็บวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ และทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ ให้เรียบร้อย



1. วางรอยต่อให้ชนกันสนิท
2. ใช้ตัวปิดรอยต่อ เช่นสีโป๊ว หรือซิลิโคน ยาปิดรอยต่อ
3. วางใยแก้วบนรอยต่อ้
4. เอาเรซิ่นผสมกับฮาร์ดเดนเนอร์ ในอัตราส่วน เรซิ่น 100cc ต่อ ฮาร์ด 1cc คนให้เข้ากัน แล้วทาบนใยแก้วให้ทั่ว
5. ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที เรซิ่นจะแข็งตัว และเชื่อมรางน้ำฝนให้เป็นเนื้องานเนื้อเดียวกัน




เรซิ่นเมื่อผสมกับฮาร์ด แล้วทิ้งไว้ จะแข็งภายในเวลา 15 นาที และไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก ดังนั้นจึงไม่ควรผสมทิ้งไว้ เพราะจะเป็นการสิ้นเปลือง การผสมในแต่ละครั้งควรกะปริมาณที่สามารถใช้ได้หมดในทีเดียว




ควรวางรางในแนวระยะเดียวกันให้เสร็จก่อนที่จะทำให้การเชื่อมต่อ ไม่ควรเชื่อมจุดต่อจุด เพราะจะทำให้เสียเวลา และสิ้นเปลืองน้ำยา เนื่องจากน้ำยาไม่สามารถผสมทิ้งไว้ แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้
หมายเหตุ : อาจมีการทดสอบ โดยการเทน้ำลงบนรางน้ำ เพื่อตรวจดูว่ามีจุดใดรั่วซึมหรือไม่

“หากมีข้อสงสัยประการใด สามารถติดต่อสอบถามได้ที่บริษัท 02-7520-2020-2 " หรือ คลิ๊ก Contact Us




Copyright E.G.O. Multitask Co.,Ltd. All rights reserved